
การเลือกผงฟอกผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผมเป็นหัวใจสำคัญของงานทำสีผมระดับมืออาชีพ วันนี้ FIOLE Thailand ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ คุณมานนท์ จาก U Cut ช่างทำสีผมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคไฮไลท์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการวิเคราะห์เส้นผม เทคนิคการพรางผมขาว และประสบการณ์การเลือกใช้ผงฟอกผมในงานซาลอน พร้อมแบ่งปันแนวคิดและเทคนิคที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำสีผมเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลรับที่น่าพึงพอใจที่สุด

“สวัสดีครับมานนท์ U Cut ครับ มานนท์เริ่มอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 12 ครับ ตอนนี้ 30 แล้ว รวมๆก็ประมาณ 8 ปีครับ ถ้าถามว่า จุดเริ่มต้นในการเป็นช่างทำผมของมานนท์มีที่มาอย่างไร คือ ตอนเรียนจบ มานนท์เรียนสายเคมีมาครับ แต่มานนท์ไม่อยากไปทำงานสายนั้น ทางที่บ้านก็เลยส่งให้มาเรียนทำผมแล้วก็อยู่มายาวๆเลยครับ (หัวเราะ)”
แต่ถ้าถามถึงสไตล์งานผมที่ตัวคุณมานนท์ถนัดที่สุด คุณมานนท์กล่าวว่า “ชอบงานไฮไลท์ครับ โดยเฉพาะงานชิมเมอร์และ Air Touch เพราะ ตัวมานนท์เองชอบงานละเอียด เส้นเล็กๆ มากกว่างานเส้นใหญ่ครับ”
เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า การทำไฮไลท์ เทคนิค Air Touch คืออะไร เทคนิค Air Touch คือ เทคนิคทำไฮไลท์ที่ใช้ลมเป่าแยกเส้นผมบางๆ ออกจากกันก่อนลงสี ทำให้ได้ไล่สีที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่ต้องการไฮไลท์แบบละเอียด ไม่เป็นเส้นชัดเจน ส่วนงานชิมเมอร์เน้นความกลมกลืนของแสงสีบนเส้นผม
ซึ่งการที่ช่างคนหนึ่งเลือกถนัดงานเส้นเล็กและละเอียด มักสะท้อนวิธีคิดในการทำงานโดยรวมด้วย นั่นคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าความรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่คุณมานนท์ใช้ในการวิเคราะห์เส้นผมลูกค้าก่อนลงมือทำสีทุกครั้ง
ลูกค้าที่เดินเข้าร้านทำผมส่วนใหญ่มักมีภาพในหัวอยู่แล้ว บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรูปสีผมสวยๆ จากอินเทอร์เน็ต แล้วบอกช่างว่า "เอาแบบนี้เลยค่ะ" แต่ในความเป็นจริง เส้นผมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีผมขาวมากน้อยต่างกัน สีเดิมที่เคยทำมาก็ต่างกัน
นี่คือ จุดที่ทักษะของช่างเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การฟอกสีให้สว่าง แต่คือ การอ่านและวิเคราะห์เส้นผมแต่ละเส้นให้ออก จากนั้นเลือกวิธีที่จะพาลูกค้าไปสีผมที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุด โดยที่เส้นผมยังแข็งแรงพอจะดูแลต่อได้ในระยะยาว
เรื่องนี้คือหัวใจที่ คุณมานนท์ U Cut ช่างทำผมที่คลุกคลีกับงานไฮไลท์และงานแก้ผมขาวมานาน พูดถึงตลอดบทสนทนา

สำหรับโทนสีที่ลูกค้าเดินเข้าร้าน U Cut เลือกมากที่สุดตอนนี้คือ โทนสีน้ำตาลหม่น ลูกค้าจำนวนมากที่มาหาคุณมานนท์มีจุดประสงค์หลักคือ ต้องการสีผมปิดผมขาว บางคนก็ถือภาพอ้างอิงมาเป็นโทนขาว-เทา-ดำ แต่คุณมานนท์เล่าว่า ในหน้างานจริง ต้องกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งเสมอ ทั้งเปอร์เซ็นต์ผมขาวของลูกค้า จุดที่ต้องแก้ไข สีเดิมที่เคยใช้มา และวิธีปรับแก้สีก่อนลงสีใหม่
และจากการที่ได้พูดคุยกับคุณมานนท์ตลอดบทสนทนาประโยคนี้ของคุณมานนท์มีความน่าสนใจมาก
"สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ได้ตรง Ref ที่เขาอยากได้หรอก แต่มันก็จะได้ใกล้เคียงกับที่เขาอยากได้และเหมาะกับเขาครับ"
ซึ่งประโยคนี้ของคุณมานนท์คือ ใจความสำคัญหลักของการเป็นช่างทำสีผม กล่าวคือ สีผมที่ดีไม่ใช่การเลียนแบบภาพอ้างอิงให้เหมือนที่สุด แต่คือ การแปลความต้องการของลูกค้าให้เข้ากับสภาพเส้นผมจริง
เมื่อถามถึงสิ่งที่ร้าน U Cut และตัวคุณมานนท์เองให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการทำสีผมให้ลูกค้า คำตอบคือ สองเรื่องที่ต้องไปด้วยกัน ได้แก่ สภาพเส้นผมหลังทำ และสีที่ได้ตรงตามเป้าหมาย

คุณมานนท์ได้อธิบายว่า “ถ้าสภาพเส้นผมออกมาดีในระดับหนึ่งแต่สียังไม่ได้ตามที่ต้องการ ก็ต้องเน้นแก้ไขในส่วนสีเพิ่มเติม แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบใหญ่เดียวกัน คือ การแก้ปัญหาและหาวิธีการปิดผมขาว การดูแลสภาพเส้นผม และสีผมที่ได้ตามโจทย์ ส่วนมากจะให้น้ำหนักกับการทำให้ตรงโจทย์ของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก”


การวางลำดับความสำคัญแบบนี้ทำให้เห็นว่า ช่างทำสีผมมืออาชีพไม่ได้มองสีผมเป็นผลลัพธ์เดี่ยวๆ แต่มองเป็นสมการที่ต้องสมดุลระหว่างความสวยงามกับสุขภาพเส้นผม

ในการทำสีผมเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ขั้นตอนที่มีความสำคัญมากๆอีกหนึ่งขั้นตอนก็คือ ขึ้นตอนการฟอกผม ซึ่งการที่เราจะได้เฉดสีผมที่มีความสว่างขึ้นเพื่อให้ช่างทำผมแบบเราได้ทำงานได้ง่ายและได้สีผมที่ออกมาสวยรับกับความต้องการของลูกค้า หัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้นอกจากสภาพของเส้นผมที่ต้องมีความพร้อม อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ ผงฟอกผมที่ดีและมีคุณภาพ ในส่วนนี้คุณมานนท์ก็ได้มาแชร์จากประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งคุณมานนท์ ให้ความเห็นไว้ว่า ผงฟอกที่ดีต้องถนอมเส้นผมระหว่างกระบวนการฟอกสี ฟูช้าเพียงพอให้ช่างควบคุมจังหวะการทำงานได้ และดึงสีได้สม่ำเสมอโดยไม่ทำร้ายโครงสร้างเส้นผมเกินจำเป็น แต่ทั้งหมดนี้ต้องพิจารณาควบคู่กับสภาพเส้นผมจริงของลูกค้าแต่ละคน ไม่ใช่แค่ทำตามภาพอ้างอิงที่ลูกค้าถือมา
คุณมานนท์ได้เล่าว่า รู้จักแบรนด์ FIOLE จากการดูโฆษณาของคุณเต้ย Do Hair เขาเล่าติดตลกว่า ตอนนั้นคิดในใจว่า ขนาดคุณเต้ยยังใช้แบรนด์นี้ ประกอบกับช่วงเวลานั้นทางร้านกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาทดแทนของเดิม เพราะผลิตภัณฑ์ตัวเก่าที่ร้านใช้อยู่ค่อนข้างกระชากเส้นผม
"ตัวเก่าที่ทางร้านใช้ ค่อนข้างกระชากเส้นผมนิดนึงครับ"
จุดเริ่มต้นนี้ทำให้ร้าน U Cut ตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ของ FIOLE มาทดลองใช้งานจริง

ผลิตภัณฑ์เด่นของร้าน U Cut ที่คุณมานนท์เลือกใช้คือ ผงฟอกผม FIOLE High Bleach จากประสบการณ์ของคุณมานนท์ เขาใช้ผงฟอกมาตั้งแต่สูตรแรก รุ่นถุงสีทอง และใช้ต่อเนื่องมาจนแบรนด์ปรับสูตรใหม่ สิ่งที่คุณมานนท์ชื่นชอบในแบรนด์นี้คือ การที่ทางแบรนด์รับฟังเสียงของลูกค้ามาเสมอ สูตรเก่ามีข้อเสียบางอย่างในเรื่องรีเฟล็กต์ของสี ทางแบรนด์เก็บฟีดแบคไปพัฒนาจนได้สูตรใหม่ที่นนท์มองว่าตอบโจทย์การทำงานของเขามากขึ้น
"มานนท์ชอบแบรนด์นี้ตรงที่เขาฟังเสียงของลูกค้า ทางแบรนด์ก็เก็บเอาฟีดแบคจากลูกค้าไปปรับปรุงพัฒนาสูตรจนได้สูตรใหม่ที่ออกมาดีมากๆ"
จากความชื่นชอบส่วนตัวนี้ คุณมานนท์จึงแนะนำให้เพื่อนช่างหลายคนได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้ด้วย

เมื่อถามถึงความแตกต่างของผงฟอก FIOLE เทียบกับแบรนด์อื่น คุณมานนท์ตอบในฐานะคนที่มีประสบการณ์ใช้งานโดยตรง เขาเล่าว่าแบรนด์อื่นบางตัวมีปัญหาเรื่องผงฟอกกระชากเส้นผม ถ้าช่างทำงานไม่ทันจังหวะ เส้นผมอาจตายหรือขาดได้
จากประสบการณ์ของคุณมานนท์ ตอนที่เขาได้ผงฟอก FIOLE มาลองใช้ครั้งแรก เขาทดสอบกับผมที่เคยทำไฮไลท์เก่ามาก่อน และพบว่าผลิตภัณฑ์นี้รับมือได้ดี แม้กับผมไฮไลท์ที่ไม่ได้ยกสีสูงมาก จากการใช้งานของนนท์ ผงฟอกตัวนี้ทำงานง่าย ฟูช้ากว่าที่เขาเคยเจอ และเขาระบุว่าเจองานย้อมเข้มค่อนข้างบ่อยในหน้าร้าน ซึ่งจากประสบการณ์ของคุณมานนท์เอง คุณมานนท์ได้ออกมาแชร์ว่า ผงฟอกผมตัวนี้ดึงสีออกมาได้ค่อนข้างดี ต่างจากผงฟอกผมตัวเก่าที่เขาเคยใช้ ซึ่งเวลาดึงสีมักออกไปทางโทนเหลืองอุ่น ทำให้แก้ไขง่ายกว่าโทนเย็น
จากมุมมองของคุณมานนท์ ผงฟอกผมตัวใหม่นี้ยังคงข้อดีของตัวเก่าไว้ คือ ดึงความสว่างได้สูง แต่เขามองว่า ดึงได้สูงกว่าเดิม พร้อมกับถนอมเส้นผมได้มากกว่า ความเร็วในการฟูของผงฟอกเป็นตัวแปรที่ช่างมักมองข้าม เพราะยิ่งฟูเร็ว ยิ่งลดเวลาที่ช่างจะควบคุมผลลัพธ์ได้แม่นยำ การที่ผลิตภัณฑ์ฟูช้ากว่าจึงมักหมายถึงหน้าต่างเวลาทำงานที่กว้างขึ้น

คุณมานนท์เล่าว่า ฟีดแบคจากลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์นี้ค่อนข้างเป็นไปในทางบวก จากประสบการณ์ของคุณมานนท์นั้น ผมของลูกค้าที่ผ่านการฟอกด้วยผงฟอกตัวนี้ช้ำน้อยกว่าที่เขาเคยเจอ และลูกค้าไม่เคยบ่นเรื่องกลิ่นระหว่างการทำสี ซึ่งคุณมานนท์มองว่า เป็นจุดที่ตอบโจทย์ลูกค้าของร้านได้ดี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาร้าน U Cut มีอายุ และมักไวต่อเรื่องกลิ่นและการระคายเคือง ผงฟอกผมตัวนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อย และในฐานะที่ตัวเขาเองเป็นคนแพ้ง่ายและทำสีผมให้ตัวเองอยู่แล้ว นนท์มองว่าเมื่อใช้ผงฟอกตัวนี้กับผมของตัวเอง เขารู้สึกแสบน้อยกว่าตัวอื่นที่เคยใช้มา
"ตัวมานนท์ทำสีผมให้ตัวเองอยู่แล้ว มานนท์ใช้ตัวนี้ฟอกกับผมของตัวเองรู้สึกแสบน้อยกว่าตัวอื่นๆ มากๆ เลยครับ"

ช่วงท้ายของบทสัมภาษณ์ คุณมานนท์ฝากถึงเพื่อนช่างทำผมเรื่อง ผงฟอกผม High Bleach ของ FIOLE โดยเฉพาะ เขาระบุชัดเจนว่า ใช้จริงโดยไม่ได้เป็นการรับสปอนเซอร์ และสั่งใช้งานในร้านเป็นจำนวนหลายหลักต่อเดือน จากมุมมองของนนท์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดีมาก ทั้งในแง่ราคาและคุณภาพ เขาจึงอยากชวนให้ช่างคนอื่นเปิดใจลองใช้ดู
"ตัวนี้นนท์ใช้จริงแบบ No Sponsor สั่งเดือนนึงหลายหลักมากๆ ตัวนี้ดีมากๆ อยากให้เปิดใจลองใช้ดูครับ"

ตลอดบทสนทนา สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในตัวคุณมานนท์ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เขาเลือกใช้ แต่คือ แนวคิดในการทำงาน ที่เขามองว่า สีผมที่สวยไม่ได้วัดจากความเหมือนRefที่ลูกค้าต้องการเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความเหมาะสมกับเส้นผมจริงของลูกค้าคนนั้นๆ ผลิตภัณฑ์เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้เขาไปถึงเป้าหมายนั้นได้ง่ายขึ้น โดยไม่ทิ้งสุขภาพเส้นผมของลูกค้าไว้ข้างหลัง
สำหรับคนที่กำลังเลือกช่างทำสีผม หรือช่างที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนาฝีมือ เรื่องราวของมานนท์ U Cut สะท้อนให้เห็นว่า การวิเคราะห์เส้นผมก่อนลงมือทำ คือ ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้ฝีมือการลงสี